พลังความอิจฉา

“ความอิจฉา​ที่ทำให้ประสบความสำเร็จ​”
ความอิจฉา​เกิดขึ้นได้กับทุกคน
แปลตรง​ ๆ​ มันคืออาการ​ “เห็นคนอื่นได้ดี
แล้วไม่พอใจ หรือน้อยเนื้อต่ำใจ อยากมี
หรืออยากเป็นอย่างเขาบ้าง”

ฟังดูแล้วเหมือนจะเอาแต่ก่อให้เกิดไฟเผาทรวง
ไม่มีข้อดีเลยสักนิด​ แต่รู้อะไรมั้ยครับ
คนขี้อิจฉา​ก็สามารถมีชีวิตที่ดีได้
ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นคุณ​หรือใคร
หากได้รู้ถึงวิธีปรับกรอบความคิดใหม่
ความสำเร็​จก็จะเกิดขึ้นในเร็ววัน

ความอิจฉานั้นมี​ 2​ ด้าน​ คือ​ แบบมีพิษมีภัย​
(Malicious)​ และแบบไม่มีพิษภัย(Benign)​
โดยทั้ง​ 2​ มีความแตกต่าง​กัน​ ตรงการตอบสนองต่อสถานการณ์​ที่เจอ ซึ่งที่ผมยกมาเล่านั้น
เป็นบทวิจัยที่เชื่อถือได้จาก​ David Ludden ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาชาวอเมริกัน แห่ง Georgia Gwinnett College.

ยกตัวอย่าง​เหตุการณ์​ เช่น​ เมื่อเราเห็นเพื่อน
ข้างบ้านได้เลื่อนตำแหน่ง​ มีฐานะความเป็​นอยู่ดีขึ้น​ มีรีโนเวทบ้าน​ มีออกรถใหม่​ ซื้อเฟอร์นิเจอร์​ใหม่เข้าบ้านเป็นระยะ​ เมื่อเทียบกับเราแล้ว
มันช่างต่างกัน​เพราะเราเองก็ยังคงทำงาน
อยู่​ตำแหน่ง​เดิมพร้อมรับค่าแรงขั้นต่ำ​เพิ่มเติม
แค่เงินได้จากการปรับฐานเงินเดือน​ตามอายุงาน

หากเรามีความอิจฉา​แบบแรกคือ​ แบบมีพิษมีภัย​ เราก็จะเริ่มมีความคิดลบเข้ามาในหัวทันที​ เช่น​ เขาคงประจบเจ้านายเก่ง, เขาคงเลื่อยขาเก้าอี้
เจ้านายคนเดิมล่ะสิ​ หรือ​ บริษัทนั้นเลือกคน
อย่างไร้มาตรฐาน​แน่นอน​ อารมณ์​แบบนี้เมื่อ
เก็บไว้ในใจเรื่อย​ ๆ​ มีแต่จะทำให้เสียสุขภาพจิต

แต่​เมื่อเป็นความอิจฉา​แบบไม่มีพิษมีภัย
เราจะยอมรับผลที่เกิดขึ้น​ อาจจะไม่ถึงขั้น
ไปร่วมแสดงความยินดีแต่ก็ไม่ได้คิดในเชิงลบ
ในใจคิดย้อนไปว่าอะไรคือเหตุให้เขาคนนั้น
ประสบความสำ​เร็จได้​เร็วกว่าเรา​ โดยอาจไม่ได้
สนใจ​ know​ how​ เท่านั้นแต่ต้องรู้ให้ได้ว่า
ทำไมคนที่ประสบความสำเร็จ​จึงคิดแบบนั้น
(start​ with​ why.)​

ประสบการณ์​ตรงจากตัวผมเองในวัยเป็น
เจ้าของธุรกิ​จใหม่​ ๆ​ ก็เคยเป็น​มาก่อนครับ​
ได้เริ่มธุรกิจพร้อมเพื่อนที่อยู่​จังหวัด​ใกล้เคียง
(เป็นธุรกิจในอุตสาหกรรม​เดียวกัน)​
เวลาผ่าน​ไป​ร่วม​ 5​ ปี​ เพื่อนของผมมีกำไรสะสม
เป็นสิบล้าน​ แต่ร้านของผมกลับคลานต้วมเตี้ยม
อยู่​กับจุดคุ้มทุน​ ขาดทุน​บ้า​งกำไรบ้างถัวกันไป

เมื่อตัดสินใจ​เข้าดูงาน​ ขอคำปรึกษา​จากผู้สำเร็จ
โดยไม่มีอคติเราก็นำมาปรับ​ใช้​ กำไรมันก็เริ่มมา
ถึงจะมาช้าแต่ดีกว่าล้มไปเสียก่อน​ เมื่อมองย้อน
กลับไปจึงอดขำกับความไร้ประสบการณ์​
ของตนเองไม่ได้​

ท้ายนี้ผมขอฝากข้อคิดเมื่อต้องเป็นผู้ตามหลัง
ไม่ต้องกังวลเรื่องใครจะทำได้ดีกว่าเรามากไป
สำคัญ​คือเราต้องพัฒนา​ตัวเอง​เสมอ​ ให้รู้ไปว่า
ในแต่ละวัน​ เรามีระบบอัพเกรดตัวเองให้เก่ง
กว่าเมื่อวาน​ วันละนิดหน่อย​แต่ต่อเนื่อง
โดยต้องมี​ 3​ ข้อนี้
1.เชื่อมั่นในตนเอง​ โดยลืมเรื่องความอิจฉา
ที่เป็​นพิษเป็นภัยไปซะ​ ยอมรับความสามารถ​
ตัวเองในวันนี้​ และเชื่อมั่นว่าเราดีขึ้นได้อีก
2.อยู่ใน​แวดวงคนเก่ง​ ตามกฎค่าเฉลี่ยที่ว่า
เราอยู่​ใกล้ใคร​ เราก็ได้รับอิทธิพล​มาจากเขา
วันนี้หมั่นสังเกต​ สอบถาม​ แอบถอดรหัส​
เคล็ดลับ​ความสำเร็​จของเขาแล้วเอามาประยุกต์​
ใช้กับตัวเรา​ อันนี้สนุกก​ว่า​นั่งอิจฉา​คนอื่นเยอะ
3.ยินดี​กับผู้อื่น​ เป็นการเปิดช่อง​ทาง​รับ
พลังบวกที่ทำได้ง่ายที่สุด​ โดยระงับความอิจฉา​
หันมายินดี​อย่างจริงใจ​ แล้วสิ่งดี​ ๆ​ ก็จะเริ่ม
หลั่งไหล​เข้ามาหาเรา​ เหมือนการแลกของขวัญ​
นั่นแหละ​ ในทางตรงกันข้าม​การแลกขยะ
ก็นำมาซึ่งปัญหา​ไม่รู้​จบ​ จริงมั้ยครับ

เมื่อทำได้ดังนี้​ คาดว่าชีวิตจะเริ่มมีหนทางดิ้นต่อ
ถึงจะลำบากบ้างแต่ก็ชั่วคราว​ ผ่านพ้นมันไปได้
ความสำเร็​จก็จะรออยู่อีกไม่ไกลอีกต่อไป
ไม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจ​ ไม่ด้อยค่า​ตัวเอง​
ไม่อิจฉา​ใคร​ คิดถึงแต่เรื่องดี​ ๆ​… ชีวิตจะดีขึ้น
ทันที​ เริ่มตั้งแต่นาทีนี้เลยนะครับ

ขอบคุณ​ครับ​
ธน​บรรณ​ สัมมาชีพ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *