Segment ของผู้ขายแฟรนไชส์

Segment ของผู้ขายแฟรนไชส์(แฟรนไชส์ซอร์)
นั้นค่อนข้างชัดเจนคือต้องการผู้ซื้อแฟรนไชส์(แฟรนไชส์ซี)
ผู้ซื้อแฟรนไชส์นั้นจะมีทั้งแบบ
ผู้สนใจทั่วไปที่อยากลงทุนและแบบเป็นนิติบุคคล
ห้างร้านที่อยากขยับระดับจากดีลเล่อร์ธรรมดา
เป็นแฟรนไชส์ซี

พฤติกรรมของ 2 ประเภทนี้เหมือนกันคือ
มองที่ผลประโยชน์ ที่ได้รับว่าคุ้มค่ากับการลงทุน
หรือไม่

โดยที่ผู้ที่จะซื้อแฟรนไชส์ทั้ง 2 ประเภท
จำเป็นต้องมีเงินลงทุน 1 ก้อนที่ใช้ในการเริ่มต้นธุรกิจ
เช่น ค่าเช่าพื้นที่,ค่าแฟรนไชส์,ค่าตกแต่งร้าน
,ค่าดำเนินการอื่น ๆ อีกจิปาถะและต้องมีเงินทุนสำรองไว้ใช้หมุนเวียนธุรกิจ

ซึ่งกล่าวได้ว่าเราต้องการคนหรือนิติบุคคล
ที่มีความพร้อมด้านเงินทุนในระดับหนึ่ง ไม่ใช่บุคคลทั่วไปที่มีใจรักหรือมีความรู้เพียงอย่างเดียว(ยังคงไม่เพียงพอ)

==========

กลุ่มแรก : ผู้สนใจทั่วไป
เราใช้วิธีประชาสัมพันธ์ทางสื่ออินเตอร์เน็ต,ลงนิตยสาร
จัดงานเปิดตัวตามอีเวนท์ต่างๆ ในสถานที่ Landmark
โดยจะรวมตัวจัดหรือแยกกันจัด อันนี้ตามสะดวก

กลุ่มที่สอง : เป็นนิติบุคคลหรือองค์กร
ส่วนมากเป็นกลุ่มที่เคยมียอดซื้อ ยอดขายกันบ้างแล้ว
อาจจะเคยร่วมงาน รู้จักนิสัยใจคอกันดี
หรือเป็นกลุ่มเป้าหมายหน้าใหม่
ก็ลองเสนอโครงการแฟรนไชส์ซีประจำพื้นที่ดูได้เลย
==========

ลองหยิบสมุด ปากกาขึ้นมาแล้วร่างรายละเอียด
1. ถ้าคุณต้องการผู้ซื้อแฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวรถเข็น
คุณจะไปติดต่อกับใครระหว่างร้านรถเข็นอยู่แล้ว
แต่ไม่มีแบรนด์ หรือ ก๋วยเตี๋ยวติดแอร์บนห้างสรรพสินค้า

2. ถ้าคุณต้องการผู้ซื้อแฟรนไชส์ร้านกาแฟติดแอร์
คุณจะไปติดต่อใครระหว่างร้านที่อยู่ตึก มีโต๊ะเก้าอี้
พร้อม WIFI กับร้านที่เป็นรถเข็นหรือ Food truck

3. ถ้าคุณต้องการผู้ซื้อแฟรนไชส์ร้านขายอุปกรณ์
ต่อพ่วงและเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับ smart phone
คุณจะไปติดต่อใครระหว่างร้านตู้ตาม Modern Trade
กับร้าน.ใหญ่ ๆ เปิดแบบ Stand Alone ชานเมือง

==========
เมื่อจัด Customer Segment ได้ชัดเจน
ก็โฟกัสกระบวนการทำงานได้ง่าย ตรงกลุ่มขึ้น

หากมัวแต่วางแผนกระจายทุก segment
อยากขายแฟรนไชส์ให้ได้ทุกกลุ่ม คงต้องเสียเวลา
และเงินทุนจำนวนมาก อาจได้ไม่คุ้มเสีย

ฝากข้อคิดไว้สำหรับยุคเงินทองหายากด้วยครับ

ขอบคุณครับ
ธนบรรณ สัมมาชีพ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *